แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพาะกาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพาะกาย แสดงบทความทั้งหมด

14/1/60

7 สิ่งที่ทำให้การออกกำลังไม่เห็นผล








1. ไม่เพิ่มความท้าทายใหม่ ๆ ให้กับการออกกำลัง

          ไม่ว่าคุณจะออกกำลังโดยการวิ่งหรือเล่นเวท ร่างกายจะใช้พลังงานและกล้ามเนื้อเยอะมากจนรู้สึกได้ในช่วงแรก ๆ แต่พอผ่านไปได้สักระยะ เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว แต่ก็ยังออกกำลังเท่าเดิมไปเรื่อย ๆ อยู่ บอกเลยว่าคุณจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการแน่นอน เพราะร่างกายไม่ได้พัฒนาขีดจำกัดไปมากกว่าเดิม ทางที่ดีควรเพิ่มความท้าทายให้ร่างกายโดยการเพิ่มระยะทางวิ่งและเพิ่มน้ำหนักเวท เป็นต้น

          ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีผลการศึกษาที่ตีพิมพ์บนวารสาร The Journal of the Academy of Nutrition and Dietetics เผยว่า ผู้ชายที่ปรับวิธีออกกำลังกายไปเรื่อย ๆ สามารถลดน้ำหนักได้ 9.2 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 6 เดือน ส่วนคนที่ออกกำลังแบบเดิม ๆ ลดไปเพียง 3.1 กิโลกรัมในเวลาเท่ากัน



2. กินคาร์โบไฮเดรตผิดประเภท

          หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานสำคัญต่อการออกกำลังกายอีกชนิดหนึ่ง ทว่าบางคนดันเลือกกินคาร์โบไฮเดรตชนิดไม่ดีจากอาหารที่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว และพาสต้า เป็นต้น ซึ่งคาร์โบไฮเดรตชนิดนี้จะไปสะสมในร่างกายในรูปแบบของไขมันแทนที่จะนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน เอาเป็นว่าแนะนำให้กินอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีแทน ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีทและโฮลเกรน ซึ่งจะให้คาร์โบไฮเดรตชนิดดีที่ร่างกายสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานในการออกกำลังได้ดีกว่า

3. กินธาตุเหล็กไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

          นอกเหนือไปจากการกินคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว การเลือกกินอาหารที่มีธาตุเหล็กก็สำคัญเช่นกัน เนื่องจากธาตุเหล็กทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่งผลให้กล้ามเนื้อทนต่อความเมื่อยล้าได้ดีขึ้น โดยผลการวิจัยที่ปรากฏในวารสาร Quality of Life Research พบว่า สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ง่าย เป็นเพราะว่าร่างกายขาดธาตุเหล็กนั่นเอง ดังนั้นแนะนำให้กินอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่นอาหารจำพวก เนื้อวัว เนื้อหมู ผักใบเขียว และถั่ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงเลือดเพื่อป้องกันโรคโลหิตจางด้วย



4. ออกกำลังผิดวิธี

          การออกกำลังผิดวิธีไม่เพียงแค่ทำให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังทำให้คุณไปไม่ถึงเป้าหมายในการออกกำลังที่วางไว้ด้วย ไม่ว่าจะเรื่องของการลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อก็ตาม ฉะนั้นใครที่เพิ่งออกกำลังได้ไม่นานและยังไม่รู้วิธีฝึกที่ถูกต้อง แนะนำว่าให้ขอคำปรึกษาจากเทรนเนอร์ก่อนเสมอ






5. พักผ่อนไม่เพียงพอ

          งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงบนวารสาร Sports Medicine พบว่า การนอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงแบบต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้ช้า เมื่อไปออกกำลังกายก็จะรู้สึกเหนื่อยง่ายอย่างเห็นได้ชัด เอาเป็นว่าควรพักผ่อนให้เต็มอิ่มอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนได้เพียงพอสำหรับการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ





6. ไม่ยืดกล้ามเนื้อก่อนฝึก

          สำหรับคนที่เพิ่งออกกำลังมาได้ไม่นาน แล้วฝึกได้ไม่เท่าไรก็รู้สึกปวดตามกล้ามเนื้อ นั่นอาจเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อของคุณไม่มีความยืดหยุ่นมากพอ ส่งผลให้ปวดกล้ามเนื้อและอาจถึงขั้นกล้ามเนื้อฉีกขาดเลยก็เป็นได้ ทางที่ดีแนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังทุกครั้งสัก 5 นาที เพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อก่อนออกกำลัง


7. ใช้เวลาพักระหว่างเซตนานเกินไป

          โดยทั่วไปแล้ว การพักระหว่างเซตจะใช้เวลาราว ๆ 30 วินาทีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วินาที แล้วฝึกเซตต่อไปนั้น จะช่วยให้กล้ามเนื้อถูกบริหารอย่างต่อเนื่อง แต่หากพักนานเกินไป ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อไม่พร้อมทำงานจนต้องวอร์มใหม่อีกรอบ เพื่อให้กล้ามเนื้อที่ต้องใช้มีความยืดหยุ่นและพร้อมจะรับการฝึกอีกครั้ง








18/11/59

เล่นกล้ามท้องยังไงให้ได้ผล เล่นเวท เล่นกล้าม เพาะกาย

เล่นกล้ามท้องยังไงให้ได้ผล เล่นเวท เล่นกล้าม เพาะกาย





กล้ามท้อง ที่เป็นลอนๆหรือที่เรียกว่า ซิคแพค บางคนมีแปดลูก นั้นเป็นสิ่งที่ผู้ที่เล่นกล้ามหรือผู้ที่ต้องการลดความอ้วนไฝ่ฝันถึงกันทุกคนวิธีเล่นกล้ามท้องก็ไม่ยากอะไรเลย จริงๆแล้วทุกๆคนล้วนมีกล้ามท้องที่เป็นลูกๆมาตั้งแต่เกิด แต่สาเหตุที่มองไม่เห็นเป็นเพราะคุณมีไขมันในส่วนหน้าท้องมากเกินไป หรือ กล้ามท้องยังไม่ใหญ่พอที่จะเห็นได้ชัด ส่วนกล้ามท้องจะมีมัดกล้ามเนื้อชิ้นใหนบ้างเรามาดูกัน

กล้ามท้อง   abdominal   เป็นกล้ามเนื้อที่ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคน บางคนมี 6 ลูก บางคน 8 ลูก บางคนเบี้ยว บางคนเรียงกันสวย ก็เแล้วแต่คนครับ แต่ที่แน่ๆคือมันมีมาตั้งแต่เกิด


คำถามในการเล่นกล้ามท้องที่พบได้บ่อยๆ
1. ผมต้องใช้เวลาฝึกกล้ามท้อง นานแค่ใหน หนักแค่ใหน ถึงจะเห็นกล้ามท้องหรือซิคแพคชัดเจน

ตอบ  การที่คุณจะสามาถเห็นกล้ามท้องหรือซิคแพ็คได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าคุณต้องทำการบริหารกล้ามท้องแบบหนักหน่วง หรือ บริหารมันทุกวัน มันขึ้นอยู่กับว่า คุณผอมแค่ใหน หรือ คุณมีไขมันในร่างกายมากแค่ใหนด้วย

ต่อให้คุณเล่นกล้ามท้องอย่างหนักหน่วง และ เล่นทุกวัน ถ้าคุณมีไขมันในร่างกายมากๆ เกิน 30% กล้ามท้องหรือซิคแพคก็ไม่โผล่ขึ้นมาให้เห็นหรอกครับ เพราะชั้นใขมันหน้าท้องของคุณมันบังกล้ามท้องหรือซิคแพ็คเอาไว้อยู่ ดูได้จากภาพด้านล่าง ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือการลดน้ำหนัก ลดไขมันในร่างกายลง ซึ่งในช่วงลดน้ำหนักนี้จะใช้เวลาอยู่ประมาณ 3 เดือน




2. ผมได้อ่านเจอบทความเขาบอกว่า “ไม่จำเป็นต้องเล่นกล้ามท้อง ก็มีซิคแพ็คได้” แบบนี้จริงหรือไม่

ตอบ จริง เพราะท่าบริหารเพาะกายหลายท่าใช้กล้ามท้องในการบริหารด้วย จะเห็นได้ว่าหลายๆท่าใช้การเกร็งหน้าท้อง ไม่ว่าจะเป็น SQUAT หรือ DEADLIFT ไม่เชื่อคุณลองไปผ่าตัดเอาใส้ติ่งออก แล้วลองไปเล่นตามโปรแกรมฝึกเหมือนเดิมดู คุณจะพบว่าคุณแทบบริหารท่าใหนไม่ได้เลย เพราะมันเจ็บท้อง แต่ก็ควรมีท่าบริหารกล้ามท้องแบบเต็มอยู่ในโปรแกรมฝึกบ้างนะครับ

ส่วนจะเห็นซิคแพ็คใหม ก็ตามข้อหนึ่งครับ



3. ผมว่าผมผอมนะ แต่ทำไมเห็นกล้ามท้องหรือซิคแพ็คไม่ชัดเจน

ตอบ เป็นเพราะกล้ามท้องของคุณอาจจะยังมีขนาดไม่ใหญ่พอ หรือ ไขมันในร่างกายของคุณยังเยอะอยู่ ถ้าคุณบอกคุณผอม คุณเคยไปวัดใหมว่าเปอร์เซ็นไขมันในร่างกายคุณมีเท่าไหร่ และไม่ควรประเมิณความผอมด้วยสายตาครับ ควรไปวัดให้มันชัดเจนดีกว่า



4. อยากมีกล้ามท้องอย่างเดียว กล้ามอื่นๆไม่อยากได้ ทำได้ใหม แล้วทำอย่างไร

ตอบ ทำได้ครับ ก็เล่นแต่กล้ามท้องอย่างเดียว บวกกับคาร์ดิโอลดไขมันไปด้วย ส่วนจะเห็นชัดไม่ชัด ก็ตามข้อข้างบนครับ







วิเคราะห์กล้ามท้อง
กล้ามท้องแบ่งออกเป็นมัดกล้ามเนื้อคร่าวๆดังรูปข้างล่างนี้ Upper Rectus Abdominis คือกล้ามท้องส่วนบน External Obliques คือ กล้ามท้องข้างๆ และ Lower Rectus Abdominis คือกล้ามท้องส่วนล่าง



1. Upper Rectus Abdominis

คือกล้ามท้องส่วนบนหรือ กล้ามซิคแพค  ท่าบริหารในส่วนนี้ได้แก่ท่า

CRUNCH

DECLINE – BENCH CRUNCH

BACK – EXTENSION BENCH CRUNCH

BICYCLE CRUNCH

เป็นต้น


2. External Obliques

คือกล้ามท้องด้านข้าง อยู๋ข้างๆ Rectus Abdominis ท่าบริหารกล้ามเนื้อในส่วนนี้คือ

OBLIQUE CRUNCHES

TWISTING CRUNCH

SIDE BEND

เป็นต้น




3. Lower Rectus Abdominis

คืแกล้ามท้องส่วนล่าง ท่าบริหารกล้ามเนื้อในส่วนนี้คือ

HANGING  KNEE  RAISE

LEG RAISE

FLAT BENCH LEG RAISES

VERTICAL BENCH LEG RAISES

เป็นต้น











ส่วนมัดกล้ามเนื้ออีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจในการบริหารเพื่อให้กล้ามท้องดูสวยงาม คือส่วนดังรูปข้างล่าง



ชื่อว่า Serratus เป็นกล้ามเนื้อฟันปลา อยู่ตรงสีข้างเอว จะใช้ท่าบริหารของกล้ามสีข้าง เอว ฝึกในส่วนนี้ก็ได้ครับ ซึ่งถ้ามัดชัดขึ้นมากล้ามท้องคุณจะดูสวยมากจึงไม่ควรละเลยกล้ามเนื้อในส่วนนี้ด้วย ท่าบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้คือ
DUMBBELL PULLOVER
STRAIGHT ARMS PULLDOWN
และท่าบริหารของกล้ามสีข้างต่างที่เน้นสีข้างด้านบน





จะทำรูปทรงร่างกายให้เป็นตัว V ได้อย่างไร

การที่จะทำให้ร่างกายมีรูปทรงเหมือนตัว V นั้น สามารถทำได้โดย “เล่นกล้ามปีกให้กว้างกว่าเอว” และอย่าทำการเล่นกล้ามท้องในส่วนด้านข้างมากเกินไป เพราะจะทำให้เอวใหญ่ขึ้นได้ รูปทรงตัว V ก็จะเป็นได้ยากมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับกล้ามซิคแพคยังเล่นได้เหมือนเดิมเต็มที่




การฝึกบริหารกล้ามท้องเป็นเพียงครึ่งเดียวของการมีซิคแพคเท่านั้น เพื่อให้มีกล้ามท้องที่ใหญ่ขึ้นมาจากเดิม แต่อย่างไรก็ตาม อีกครึ่งหนึ่งคือการลดไขมันให้มี BodyFat น้อยที่สุด กล้ามท้องของคุณก็จะโผล่มาให้เห็นเอง อย่าเล่นกล้ามท้องอย่างเดียวเพื่อลดความอ้วนเด็ดขาด เพราะท่าบริหารกล้ามท้องต่างๆนั้นใช้พลังงานน้อยมากๆ





16/9/58

8เคล็ดลับกล้ามใหญ่ เล่นเวท เล่นกล้าม เพาะกาย

8 เคล็ดลับกล้ามใหญ่ เล่นเวท เล่นกล้าม เพาะกาย





1. ตั้งเป้าหมายเดียว

          การสร้างกล้ามและสลายไขมันมีบางอย่างที่เหมือนกันครับ นั่นคือถ้าจะให้ได้ผลดีเลิศต้องทำแยกกัน มีหนุ่มกล้ามแขนใหญ่ขนาด 14 นิ้วหลายคนเคยถามผมเรื่องการสร้างกล้ามและอยากเก็บซิกแพ็คไว้คู่กันด้วย ผมขอบอกว่าเวลาสร้างกล้ามคุณจะมาพะวงเรื่องอื่น ๆ ไม่ได้นะครับ เช่น ต้องทดเปอร์เซ็นต์ ไขมันในร่างกายให้เหลือเลขตัวเดียว หรือต้องทำเวลาในการวิ่งระยะ 10K ให้เลิศเลอ ผมว่าหาทางเพิ่มต้นแขนให้ได้ 2-3 นิ้วก่อนดีกว่าครับ แล้วเรื่องอื่นค่อยมาว่ากัน



2. จำนวนครั้งปานกลาง เพื่อผลลัพธ์สูงสุด

          จำนวนครั้งในการฝึกที่ช่วยสร้างกล้ามได้ดีที่สุดคือ 5-10 ครั้งก็พอครับ เพราะจำนวนนี้เป็นช่วง มหัศจรรย์ ที่อยู่ระหว่างการใช้น้ำหนักมากและการฝึกโดยใช้เวลานาน นักยกลูกเหล็กแต่ละรุ่นล้วนแต่อยากบัญญัติกฎใหม่ทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรังกับวิธีนี้



3.สควอดยิ่งมากยิ่งดี

          เมื่อ 20 ปีก่อน ผมได้รับคำแนะนำดี ๆ มาอย่างหนึ่งแต่กลับมองข้ามไป เขาว่าให้ทำท่า Babel Back Squat ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จริงอยู่ว่าเรื่องไหน ๆ ก็ต้องมีข้อยกเว้นครับ แต่คนส่วนใหญ่ที่ใช้เวลาฝึกท่านี้มากเป็นพิเศษ จะกระตุ้นร่างกายได้ทุกส่วนรวมถึงความอยากอาหาร ซึ่งสองอย่างนี้สำคัญมากต่อการเพิ่มกล้าม

4. ไม่เน้นความหลากหลาย

          โปรแกรมสร้างกล้ามที่ดีใช้แค่ไม่กี่ท่าก็พอครับ เวลามีอุปกรณ์ให้ใช้เยอะแยะไปหมด นักยกน้ำหนักจะทำตามระบบ 8 ท่าฝึกได้ยาก ซึ่งทั้งหมดที่คุณควรฝึกมีแค่นี้แหละ ที่จริงถ้าเป้าหมายอย่างเดียวของคุณ คือความใหญ่ คุณก็ควรฝึกเฉพาะทำพวกนี้ครับ

5. เหลือไว้ 1-2 ครั้งเสมอ

          เราเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่าเคล็ดลับในการเพิ่มขนาดคือ ฝืนกล้ามเนื้อให้ฝึกเกินขีดจำกัด ด้วยการฝึกเกินกำลังไปอีกไม่กี่ครั้ง โดยมีพาร์ตเนอร์ช่วยหรือสละท่วงท่าที่ถูกต้องไป แต่เอาเข้าจริงพวกคุณจะได้ประโยชน์มากกว่าครับถ้าจบแต่ละเซ็ตโดยรู้ตัวว่าคุณยังทำได้อีก 1-2 ครั้ง การพักแล้วค่อยฝึกอีกเช็ตจะดีกว่า ฝืนสังขารฝึกต่ออีก 1-2 ครั้งนะครับ

 6. พักระหว่างเช็ตเท่าที่ร่างกายต้องการ

          กฎทั่วไปของการสร้างกล้ามคือ ทุกคนต้องการเวลาพัก 3 นาทีระหว่างเช็ตสำหรับการฝึกสควอตและ Bench Press และ 90 วินาทีสำหรับท่าอื่น ๆ ในเมื่อคุณเหลือจำนวนครั้งที่ฝึกได้ไว้ 1-2 ครั้ง (ตามกฎข้อ 5) คุณก็น่าจะฝึกซ้ำเช็ตต่อไปได้


 7. อยากใหญ่ต้องกินเยอะ

          เมื่อเป้าหมายคือความใหญ่ กินเท่าไร ก็ไม่มากเกินไปหรอกครับ คนส่วนใหญ่จะกินน้อยไปด้วยซ้ำ โปรแกรมเวิร์กเอาต์ที่ดี นอกจากจะผลาญแคลอรีเยอะแล้ว ยังกระตุ้นการเผาผลาญด้วย ถ้าคุณกินมากกว่าปกติแค่นิดเดียว นั่นยังถือว่าไม่พอทำทุนด้วยด้วยซ้ำ คุณต้องกินให้เยอะ ตอนผมเพิ่มน้ำหนัก 18 กก. ใน 4 เดือน ช่วงที่เรียนปีแรก ในมหาวิทยาลัย ผมกินแซนด์วิชก่อน กินมื้อค่ำเลยล่ะครับ

8. เก็บแรงไว้

          ใครที่กินเพื่อสร้างกล้ามควรสงวนพลังในกิจกรรมอื่น ๆ ไว้ใช้ที่ยิมเท่านั้น ฝึกหนักและพักเยอะ ๆ การเล่นเก็บลูกบาส ระหว่างโปรแกรมฝึกไม่ถือเป็นการพักนะครับ ถ้าคุณไม่พักกล้ามก็จะไม่โต กรุณาจำไว้นะครับ โปรแกรมสร้างกล้ามไม่ได้ทำกันตลอดชีวิต มันเป็นแต่ช่วงสั้น ๆ ที่คุณต้องการเน้นสร้างขนาดร่างกายให้ใหญ่กว่าที่เป็นอยู่เท่านั้น








ขอขอบคุณข้อมูลจาก

22/8/58

การลดไขมัน คุมน้ำหนัก ให้ได้ผล เล่นเวท เล่นกล้าม เพาะกาย

การลดไขมัน คุมน้ำหนัก ให้ได้ผล







การกิน 

1. กินเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายหนักแค่ไหน แต่ถ้าคุณยังกินอาหารขยะทุกวัน ไขมันหน้าท้องไม่ลดแน่นอน หยุดกินอาหารแปรรูป ให้ทำอาหารกินเองดีสุด
โปรตีน : ไก่ ปลา เนื้อ หมู ไข่ และก็เวย์ ให้เวย์เป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะเป็นแค่อาหารเสริม ให้กินโปรตีนหลากหลายอย่ากินแต่อกไก่
คาร์โบไฮเดรต : ข้าวกล้อง ข้าวสวย ขนมปังโฮลวีต
ไขมัน : น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันปลา ถั่ว
ผักมีโปรตีนสุง : ถั่วพู ผักโขม ต้อนอ่อนทานตะวัน ถั่วงอก ตำลึง บรอกโคลี ไม่จำเป็นต้องเป๊ะนะ ขอให้มีผักในมื้ออาหารพอ
ผลไม้ : กล้วย แอปเปิ้ล ส้ม สับปะรด พวกเบอร์รี่ อย่างอื่นก็ได้นะ
เราจะไม่คุมอาหารตลอดทั้งสัปดาห์นะครับ เราจะกินอาหารเต็มที่และกินอาหารขยะด้วย สัก 2 มื้อต่อสัปดาห์ เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานเต็มที่
-------------------------------------------------------------------------------------------------
2. กินคาร์โบไฮเดรตเพื่อให้มีพลังงาน คนส่วนใหญ่กินคาร์โบไฮเดรตมากกว่าที่พวกเขาต้องการ ร่างกายเลยเก็บคาร์โบไฮเดรตที่เหลือเป็นไขมัน และนี้ก็คือเหตุผลที่คุณมีไขมันหน้าท้อง ไม่ว่าจะโปรตีน หรือคาโบไฮเตรตถ้ากินเยอะไปร่างกายก็จะสะสมในรูปไขมัน
-------------------------------------------------------------------------------------------------
3. กินโปรตีนเพิ่ม โปรตีนมีผลต่อร่างกายมากกว่าอาหารอื่นๆ ช่วยซ้อมแซมร่างกาย ลดความดันเลือดสูง ช่วยให้ผิวพรรณดีเต่งตึงขึ้น และร่างกายเราใช้พลังงานในการย่อยโปรตีนมากกว่าคาร์โบไฮเดรต นั้นคือเหตุผลว่าอาหารที่มีโปรตีนสูงส่งผลดีต่อการเผาผลาญไขมันหน้าท้องของ คุณ
-------------------------------------------------------------------------------------------------
4. กินไขมันเพิ่ม ไขมันไม่ทำให้คุณอ้วน การกินอาหารที่ไม่ดีและขาดการออกกำลังกายถึงจะทำให้คุณอ้วน การกินไขมันที่ดีจะช่วยในการลดไขมันในร่างกาย ร่างกายของคุณจะไม่เก็บไขมันถ้าคุณกินไขมันที่ดีต่อสุขภาพ "ถ้างดอะไรร่างกายจะเก็บสิ่งนั้นไว้"
น้ำมันปลาเป็นแหล่งไขมันที่ดีที่สุดที่จะช่วยคุณลดไขมันหน้าท้อง อยู่ให้ห่างจากไขมันทรานส์ เช่นมาการีน เนยขาว คุกกี้ เค้ก โดนัท พวกนี้ไม่ดีต่อสุขภาพ
-------------------------------------------------------------------------------------------------
5. กินเพิ่ม กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสมจะไม่ทำให้คุณอ้วนโดยเฉพาะคนที่ ไม่ค่อยออกกำลังกาย สำหรับคนที่ชอบอดอาหารเพื่อลดความอ้วนมันเป็นอะไรที่ผิดพลาดมาก

พลังงาน อาหารเป็นพลังงานที่ร่างกายคุณใช้ ยกน้ำหนัก, ทำงาน, เผาผลาญ, ขาดอาหารหมายถึงการขนาดพลังงานในการใช้ชีวิต การลดไขมัน การกินอาหารที่เหมาะสมจะช่วยลดไขมันในร่างกาย โปรตีนมีผลทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน ไขมันที่ดีต่อสุขภาพจะช่วยส่งเสริมการเผาผลาญไขมันในร่างกายรักษากล้ามเนื้อ ถ้าคุณอดอาหารร่างกายของคุณจะเผาผลาญกล้ามเนื้อเพื่อให้คุณมีพลัง ไม่ใช่ไขมัน คุณก็จะกลายเป็นคนผอมแต่มีไขมัน

หิวหมายความว่าคุณกินอาหารไม่เพียงพอ ไม่ต้องกังวลกับแคลอรี่ เพียงแค่กินอาหารเช้า กินให้ครบทุกมื้ออาหารหลัก กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาจจะไม่ 100% เป๊ะ ขอแค่ 70-90% ของมื้ออาหารทั้งหมดก็พอ ไขมันหน้าท้องของคุณจะลดลงอย่างรวดเร็ว



-------------------------------------------------------------------------------------------------
6. ลด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ หรือเลิกไปเลยยิ่งดี นานๆครั้งดื่มได้ แต่ถ้าคุณดื่มทุกวันปริมาณเยอะ คุณอย่าบ่นว่าทำไมไขมันไม่ลด
-------------------------------------------------------------------------------------------------
7. การลดไขมันเฉพาะจุดไม่สามารถทำได้ นอกจากผ่าตัด คุณจำเป็นต้องลดไขมันในร่างกายทุกส่วน ไขมันหน้าท้องจะลดเป็นส่วนสุดท้าย

-สร้างความแข็งแรง ฝึกกล้ามเนื้อและรักษากล้ามเนื้อ ด้วยการเล่นเวท จะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น
-กินเพื่อสุขภาพ กินมื้อเช้า, ในแต่ละมื้อต้องมีโปรตีน ผักและผลไม้, ดื่มน้ำ 2 แก้วก่อนอาหารทุกมื้อ, 90% ของอาหารทั้งหมดที่กินต้องเป็นอาหารเพื่อสุขภาพผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด ที่ชอบเรียกกันว่า อาหารคลีน
-เพิ่มการคาร์ดิโอ ทำคาร์ดิโอหลังเล่นเวท 15 นาที จะช่วยเผาผลาญไขมันหน้าท้องของคุณ ผู้หญิงหลายคนอาจมีคำถามว่าทำไมต้องเล่นเล่นเวท เพราะกลัวกล้ามขึ้น อย่ากลัวไปเลยเพราะกล้ามขึ้นยากมาก
-คุณเป็นคนอ้วนมาก คุณลดไขมันด้วยการหักโหมทำคาร์ดิโอ ไขมันคุณจะลดเร็วมาก มันจะทำให้เกิดช่องว่างทำให้ผิวหนังคุณย้วย และมันแก้ไม่ได้นอกจากทำศัลยกรรม
-------------------------------------------------------------------------------------------------

การออกกำลังกาย

เวทเทรนนิ่ง เพิ่มเสริมความแข็งแรงและกระชับกล้ามเนื้อ ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดี สร้างความแข็งแรง การฝึกความแข็งแรง สร้างมวลกล้าม จะช่วยลดการสูญเสียของกล้ามเนื้อและช่วยเผาผลาญไขมัน ท่า Squat และ Deadlifts เป็นท่าฝึกที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความแข็งแรง
Squat และ Deadlifts จะไม่เผาผลาญไขมันหน้าท้องของคุณโดยตรง แต่จะสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหน้าท้องของคุณและลดขนาดเอว

การสร้างกล้ามหน้าท้อง ท่า Crunch,Knee-Up,Side Crunch ก็เพียงพอ ในการสร้างกล้ามหน้าท้อง


สรุป การกินสำคัญมากในการลดน้ำหนัก รองลงมาคือการออกกำลังกาย

สุดท้าย สร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย เช่นดูคนที่มีหุ่นดีๆ สวยๆ ดูคลิปการออกกำลังกาย จะทำให้มีแรงกระตุ้น
การติดตามผล ดูตัวเองในกระจกหรือถ่ายรูปไว้ ชั่งน้ำหนักทุกๆสัปดาห์การลดน้ำหนักที่ดีจะลดสัปดาห์ละ 0.5 กก.ถ้าลงมากกว่านี้ให้กิน คาร์โบไฮเดรตเพิ่ม วัดรอบเอวทุก2สัปดาห์ ดูการเปลี่ยนแปลง